ABOUT

Creativity Center

ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) คืออะไร หมายถึงอะไร

ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) คือ ความคิดใหม่ๆที่ทำให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์เดียวกันได้หลายๆวิธี และสามารถทำ ประโยชน์ที่มีคุณค่าแก่งานได้

เมื่อบุคลากรคิดความคิดใหม่ๆที่มีประโยชน์และตรงวัตถุประสงค์ เช่น คิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ คิดการบริการใหม่ๆ คิดวิธีขายแบบใหม่ๆ คิดแผนการตลาดใหม่ๆ คิดระบบงานใหม่ กระบวนการและขั้นตอนการทำงานแบบใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆเหล่านั้น เราเรียกว่า " ความคิดสร้างสรรค์(Creativity)"

นวัตกรรม (Innovation) คืออะไร หมายถึงอะไร

เมื่อเรานำความคิดสร้างสรรค์ที่คิดได้ ไปทำให้เป็นจริง และนำมาใช้ประโยชน์ได้ เราเรียกผลงานนั้นว่า "นวัตกรรม (Innovation)"

ความคิดสร้างสรรค์(Creativity) เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม (Innovation) อย่างไร

"ความคิดสร้างสรรค์" (Creativity)เป็นจุดเริ่มต้น ส่วนนวัตกรรม (Innovation) เป็นผล องค์กรที่ต้องการนวัตกรรม ควรสนับสนุนบุคลากรให้คิดสร้างสรรค์ในงานได้มากๆ

ถ้าบุคลากรในบริษัทมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์กันอยู่แล้ว ควรเปิดโอกาสให้เขานำความคิดสร้างสรรค์มาใช้สร้างนวัตกรรมในงานของเขาได้

ถ้าบุคลากรยังไม่มีหลักในการคิดสร้างสรรค์และทำยังไม่ได้ ผู้บริหารและหัวหน้างานอาจช่วยสอนผู้ใต้บังคับบัญชาให้เขาสามารถคิดสร้างสรรค์ได้เพราะเป็น ทักษะที่สำคัญต่อความสำเร็จเป็นอย่างมากพอๆกับความรู้ด้านวิชาชีพในการทำงานทีเดียว

ความคิดสร้างสรรค์(Creativity) และนวัตกรรม (Innovation)สำคัญอย่างไร

นวัตกรรมเป็นโอกาสและขุมทรัพย์ที่สามารถสร้างความสำเร็จและความมั่งคั่งที่ยิ่งใหญ่ไร้ ข้อจำกัดให้แก่องค์กร นวัตกรรมจะมีได้ต้องอาศัยปัจจัยสำคัญที่สุด คือความคิดสร้างสรรค์ การทำงานให้สำเร็จยิ่งขึ้นและเจริญก้าวหน้ามากขึ้นต้องอาศัยความคิดใหม่ๆ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่และบริการใหม่ๆเพื่อตอบสนองแก่ความต้องการของลูกค้าเสมอ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์สูงๆ

ความคิดสร้างสรรค์(Creativity) และนวัตกรรม (Innovation) จึงสำคัญมากต่อความมั่นคงและมั่งคั่งของบริษัท การคิดสร้างสรรค์ได้(Creative Thinking) และคิดนวัตกรรมได้(Innovative Thinking) จึงเป็นคุณสมบัติสำคัญที่องค์กรทั้งหลายต้องการให้ผู้บริหารและบุคลากรมี แต่ในความเป็นจริงบุคลากรก็คิดสร้างสรรค์ได้มากบ้างน้อยบ้าง บริษัทชั้นแนวหน้าทั่วโลกจึงจัดฝึกอบรมกลยุทธ์การคิดสร้างสรรค์ให้บุคลากรโดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่าเขาสามารถใช้การคิดสร้างสรรค์ในการทำงานได้แน่นอนทันที

ความคิดสร้างสรรค์จะช่วยคนไทยและประเทศไทยได้อย่างไร

อาจารย์รัศมี ธันยธร ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ บริษัท ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ จำกัด เป็นลูกศิษย์ของดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน (Edward de Bono) ปรมาจารย์ด้านความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก (Creativity Guru) ได้เรียนกลยุทธ์การคิดสร้างสรรค์ทุกหลักสูตรกับดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน มากว่า10 ครั้ง และศึกษาค้นคว้าวิจัยเจาะลึกด้านความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่เรียนปริญญาโท ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development) ที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์(University of Manchester) ประเทศอังกฤษ และเข้าอบรมสัมมนาและประชุมด้านวิชาการด้านความคิดสร้างสรรค์ในประเทศอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ และมอลต้า ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน

อาจารย์รัศมีศึกษาพบว่า 1.การคิดสร้างสรรค์มีสองแบบ คือ แบบที่นำมาใช้คิดสร้างสรรค์ในการบริหารงาน และแบบที่เกี่ยวกับศิลปะ องค์กรส่วนใหญ่ใช้ความคิดสร้างสรรค์สร้างนวัตกรรม 2.การคิดสร้างสรรค์เป็นทักษะที่ฝึกได้เรียนได้ เหมือนฝึกขี่จักรยาน ไม่ใช่พรสวรรค์ตามที่เราเข้าใจผิดกัน

อาจารย์จึงทำวิทยานิพนธ์เพื่อศึกษาค้นคว้าและคิดค้นได้แนวทางทางที่จะนำความรู้ด้าน ความคิดสร้างสรรค์มาช่วยคนไทยและองค์กรในประเทศไทยให้ได้รับประโยชน์จากความรู้ใหม่นี้

ความคิดสร้างสรรค์จะช่วยให้คนไทยทำงานและดำเนินชีวิต ได้รับความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรืองและความมั่งคั่งได้อย่างมีความสุข

แต่ไม่มี"วิชาการคิดสร้างสรรค์"สอนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ทั้งๆที่ความคิดสร้างสรรค์สำคัญมาก อาจารย์รัศมีจึงริเริ่มความคิดที่จะนำหลักสูตรของปรมาจารย์ด้านความคิดสร้างสรรค์ คือ ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน มาให้คนไทยทั้งที่เป็นผู้บริหาร บุคลากร ครูอาจารย์ และคนที่สนใจพัฒนาตนเองได้มีโอกาสเรียนเพื่อให้เกิดประโยชน์ที่เพิ่มพูนยิ่งๆขึ้นไป

ที่มาของการก่อตั้ง "ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity Center)"

อาจารย์รัศมีได้เรียน"กลยุทธ์การคิดสร้างสรรค์ทุกหลักสูตร" ที่ดร. เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน ปรมาจารย์ด้านการคิดสร้างสรรค์คิดค้นขึ้นและมีชื่อเสียงทั่วโลก และพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วว่า ทำให้คิดสร้างสรรค์ได้จริงๆ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และที่สำคัญคือ ไม่ต้องเป็นคนเรียนเก่งมาก ก็คิดได้เสมอกัน จึงต้องการให้คนไทยได้เรียนกลยุทธ์เหล่านี้บ้าง

ถ้าคนไทยได้เรียนกลยุทธ์การคิดสร้างสรรค์เหล่านี้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เหมือนที่ผู้บริหารและบุคลากรของบริษัทและองค์กรต่างๆในประเทศอื่นเขาได้มีโอกาสเรียนกัน คงมีผลดีช่วยให้ประเทศไทยของเรามีความเข้มแข็งมั่นคงและเจริญก้าวหน้าจากความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย

อาจารย์รัศมีจึงขอเป็นวิทยากรผู้ได้รับสิทธิอย่างเป็นทางการ (Accredited Instructor) จากอาจารย์ คือ ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน (Edward de Bono) สอนหลักสูตรTraining ระดับโลก ด้านการคิดสร้างสรรค์ของท่านทุกหลักสูตร ให้แก่คนไทย

คนไทยจะได้มีโอกาสเรียนหลักสูตรเดียวกับที่คนในประเทศอื่นทั่วโลกได้เรียนกัน คนไทยเราเก่งอยู่แล้ว ถ้าได้ความสามารถด้านการคิดสร้างสรรค์ คิดนวัตกรรม คิดนอกกรอบ คิดบวก และคิดเป็นระบบ มาเติมเต็มศักยภาพ คงช่วยทำให้ชีวิตและงานเจริญมั่งคั่งอย่างมั่นคงและมีความสุขได้อีกมาก

ปี พ.ศ. 2540 อาจารย์รัศมีจึงบุกเบิกสอนและถ่ายทอดกลยุทธ์การคิดสร้างสรรค์ทุกหลักสูตรTraining ระดับโลกของดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน ให้กับคนไทยในประเทศไทย ในนามของ " ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์(Creativity Center) " สอนโดยใช้หลักสูตรลิขสิทธ์ของ ดร. เดอ โบโนที่ท่านคิดค้นและพิสูจน์แล้วทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยว่านำมาใช้ในงานได้จริงและมีประสิทธิผล

หลักสูตรฝึกอบรมด้านการคิดสร้างสรรค์

กลยุทธ์การคิดสร้างสรรค์ในภาพใหญ่ ประกอบด้วย 4 กลยุทธ์ คือ การคิดสร้างสรรค์ การคิดเป็นระบบ การคิดเพื่อตัดสินใจ และการคิดบวก บริษัทหรือองค์กรสามารถเลือกจัดอบรมสัมมนาให้แก่ ผู้บริหารและบุคลากร ให้ตรงตามประโยชน์ในงานและความจำเป็นในการฝึกอบรม สามารถแยกจัดครั้งละหลักสูตร หรือทำหลาย หลักสูตร ควบกันเลยได้ หลักสูตรที่ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์รับสอนมี ดังนี้

1. หลักสูตร "กลยุทธ์การคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ เพื่อสร้างนวัตกรรม (Creative & Lateral Thinking)"

2. หลักสูตร "กลยุทธ์การคิดเป็นระบบ สื่อสารตรงประเด็น คิดสร้างสรรค์อย่างมีส่วนร่วม (Six Thinking Hats) "

3. หลักสูตร "กลยุทธ์การคิด เพื่อตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ (The Power of Perception)"

4. หลักสูตร"กลยุทธ์การคิดบวกสร้างสุขในงาน เพิ่มความสำเร็จขององค์กร(Cresitive (creative+positive)Thinking)"

ประโยชน์ที่บริษัทและองค์กรจะได้รับ

หากบริษัทและองค์กรจัดอบรมสัมมนากลยุทธ์การคิดสร้างสรรค์เหล่านี้ ผลดีจากการได้รับการฝึก อบรมนี้จะทำใหี้

1. บุคลากรทำงานอย่างประสบความสำเร็จมากขึ้น (Bigger Success)

2. เกิดผลประโยชน์มากขึ้น (Higher Profits)

3. มีผลการปฏิบัติงานสูงขึ้น (Higher Performance)

4. สร้างผลงานให้บริษัทได้มากขึ้น (Higher Productivity)

5. และที่สำคัญคือ ทำให้ทำงานมีความสุขมาก (Job Satisfaction and Happiness)

6. มีความผูกพันกับองค์กรมาก (Engagement)