ชาวโลกเขาฝึกความคิดสร้างสรรค์ไปทำไม?

By admin on 18 Jun 2015



ความคิดสร้างสรรค์คืออะไร?

ความคิดสร้างสรรค์ คือความคิดใหม่ที่มีประโยชน์และมีคุณค่า ซึ่งคนๆหนึ่งคิดออกมาได้โดยเป็นความคิดที่ตนเองไม่เคยรู้ ไม่เคยได้ยิน หรือไม่เคยเห็นใครเขาทำมาก่อน แม้ว่าความคิดนั้นบังเอิญไปเหมือนความคิดของใครที่ไหนในโลกก็ตาม เราก็ยังเรียกว่านั่นเป็นความคิดสร้างสรรค์ของเรา คุณค่าของความคิดสร้างสรรค์นอกจากจะอยู่ที่ความใหม่แล้ว คุณค่าที่สำคัญมากที่สุดอยู่ที่ว่า ความคิดสร้างสรรค์นั้นช่วยสร้างสรรค์ชีวิตและการงานของคนให้ดีขึ้นและราบรื่นขึ้นได้ทั้งทางโลกและทางธรรม

ถ้าเป็นความคิดใหม่แล้วเกิดประโยชน์แก่ตน แต่เป็นโทษเป็นภัยไม่ว่าด้านกาย ใจ หรือสมบัติของคนอื่น นั่นไม่ใช่ความคิดสร้างสรรค์อย่างเด็ดขาด! นั่นเป็นการคิดทางทำลาย เช่น ผิดศีลธรรม ประทุษร้ายคน สิ่งของ สิ่งดีงาม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความกลมเกลียวสามัคคีในองค์กร ความสงบร่มเย็นของสังคม ประเทศชาติ และเพื่อนร่วมโลก


  • ทำไมความคิดสร้างสรรค์จำเป็นมากต่อการทำงาน?

    มียุคหนึ่งที่ผู้บริหารอึดอัดใจกับพนักงาน ในมุมที่ว่าพนักงานคิดไม่เป็น คิดไม่ออก คิดจัดการงานของตัวเองให้สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมายไม่ได้ เวลาเกิดปัญหา ก็คิดแก้ปัญหาของตัวเองไม่ได้ ผลเสียที่สะสมมากขึ้นๆคือ ผู้บริหารเหนื่อยทั้งกาย ทั้งใจ และทั้งสมอง ต้องใช้เวลามากกับการคอยคิดให้พนักงานทั้งที่เป็นส่วนที่พนักงานควรจะคิดเองได้ และในส่วนที่ผู้บริหารหวังอยากให้พนักงานช่วยคิด เช่นคิดพัฒนางานของบริษัท และคิดใหม่ๆเพื่อเป็นนวัตกรรมเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่

    ปัญหาใหญ่ คือ 1. พนักงานไม่คิด บางคนทำอะไรลงไปแบบไม่คิดอะไรเลย ไม่คิดว่านี่เป็นวิธีที่ควรทำหรือไม่ ถูกต้องหรือไม่ คิดว่าจะเกิดผลเสียอะไรตามมาหรือเปล่า การไม่คิดอะไรมีผลเสียอย่างที่ไม่ควรจะเป็นได้บ่อยๆและซ้ำๆ พอเกิดปัญหาขึ้นในบริษัท และในโรงงาน บางคนไม่คิดว่าเกิดปัญหาเช่นนี้ควรต้องทำอย่างไร ไม่คิดอะไรเลยทั้งๆที่จำเป็นต้องคิดแล้ว เห็นปัญหาก็ปล่อยไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็มีคนมาแก้เอง ไม่รู้ร้อนรู้หนาวในความเสียหายที่รู้อยู่เห็นอยู่ ต่อเมื่อมีคนบังเอิญมารู้ หรือ ตรวจพบ แล้วเห็นปัญหา เขาจึงบอกว่ามีปัญหานี้มานานแล้ว แต่เขาไม่รู้จะคิดอย่างไร ไม่รู้จะทำอย่างไรดี คิดไม่ออกเลยปล่อยไปเฉยๆ

    2. พนักงานคิดไม่ออก

    บางคนคิดงานของตัวเองก็ไม่ค่อยออก คิดไม่ค่อยเก่ง คิดแก้ปัญหาในงานที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่ก็คิดไม่ออก ต้องมาขอให้ผู้บริหารคิดให้ แล้วตนก็ไปลงมือทำ ทำแล้วเกิดเหตุขัดข้องก็มาขอให้ผู้บริหารหาทางแก้ข้อขัดข้องให้ เขาช่วยทำได้ แต่ไม่สามารถช่วยคิดได้ ผู้บริหารจึงต้องออกแรงคิดให้พนักงานทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ ตั้งแต่คิดแผน คิดกลยุทธ์ ไปถึงคิดแก้ปัญหา ความหวังที่จะให้ช่วยคิดสร้างนวัตกรรมจึงเลือนลางจางไปในที่สุด

    เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้บริหารจึงอยากหาคนใหม่มาช่วยคิดโดยเฉพาะ จึงใช้วิธีดึงคนคิดเก่งของที่อื่นมาอยู่ด้วย เหตุการณ์เป็นอย่างนี้อยู่นานจนถึงณ จุดหนึ่ง ที่ผู้บริหารเริ่มมีคำถามในใจว่า วิธีแก้ปัญหาที่ใช้อยู่นี้ถูกทางจริงหรือ เพราะเริ่มมีปัญหาใหม่ที่ทำให้สับสนในใจ คือ คนใหม่นั้นไม่มีความผูกพัน และความจงรักภักดีต่อบริษัท ตัวเขาอยู่แต่ใจไม่อยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาเพียงแวะมาทำงานที่นี่เพื่อเก็บเป็นประวัติเพิ่มความน่าสนใจของตัวเองต่อบริษัทอื่น แบบดียวกับที่เขาทำให้เราสนใจดึงตัวเขามาทำงานกับเรานั่นเอง คนแบบนี้ไม่อยู่ที่ไหนนาน ดึงเข้ามา ไม่นานก็ไป



  • ผู้บริหารก็ได้ตระหนักว่า พนักงานที่มีความจงรักภักดีและมีความผูกพันกับบริษัท คือมีใจให้กับบริษัทเต็มร้อย แม้คิดไม่ค่อยเก่ง ผู้บริหารรู้สึกมีความมั่งคงทางใจ ดีกว่าการมีพนักงานที่ไม่มีใจให้กับบริษัทเต็มที่ ไม่มีความจริงใจให้กับบริษัท ทำงานแต่ไม่จริงใจ ผู้บริหารที่มีความคิดสร้างสรรค์และคิดทางบวก จึงเห็นว่าการลงทุนฝึกพนักงานที่มีอยู่ให้คิดเก่งขึ้น คิดสร้างสรรค์ได้ ใช้ความคิดสร้างสรรค์มาแก้ปัญหาในงานและในชีวิตของตนเองได้ ดูจะเป็นวิธีการที่เกิดผลดียั่งยืนที่สุด ดีกว่าหวังน้ำบ่อหน้า

  • ชาวโลกเขาฝึกความคิดสร้างสรรค์กันทำไม?

  • ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน สร้างฝันของผู้บริหารให้เป็นจริงได้โดยการคิดค้นระบบการคิดที่เรียกว่า การคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นวิธีการที่คนเรียนและฝึกแล้วสามารถคิดสร้างสรรค์ได้ คิดออก คิดเป็น และนำวิธีการคิดนั้นมาแก้ปัญหาในงานได้ทุกแง่ทุกมุม มีผลพิสูจน์กันแล้วอย่างมีตัวอย่างชัดเจนโด่งดังไปทั่วโลกว่าการคิดสร้างสรรค์เรียนกันได้ ฝึกกันได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ถ้าได้รับการฝึกจากครูบาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้จริงๆ อย่าง ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน

  • ผู้บริหารที่คิดก้าวหน้าไม่หยุดยั้งจึงตื่นตัวเร่งให้มีการฝึกอบรมการคิดสร้างสรรค์ให้แก่ทั้งผู้บริหารและพนักงานในองค์กร เพราะระบบการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ที่ท่านคิดขึ้นนั้นเป็นรูปธรรม และเป็นขั้นเป็นตอนอย่างชัดเจน เมื่อฝึกแล้ว ใครก็สามารถคิดความคิดใหม่ได้ในเวลาที่กำหนด นักธุรกิจและคนทำงานสามารถนำความคิดสร้างสรรค์แก้ปัญหาได้กับทุกสถานการณ์ คิดพัฒนาวิธีการทำงานให้สำเร็จยิ่งขึ้น ราบรื่นขึ้น ง่ายขึ้น และ เร็วขึ้นได้
    มีตัวอย่างการใช้ความคิดสร้างสรรค์แก้ปัญหาจนสำเร็จหรือไม่?

  • ตัวอย่าง ความสำเร็จของปีเตอร์ อิวบร็อธ ประธานคณะกรรมการการจัดกีฬาโอลิมปิคที่ลอส แองเจลิส 1984 ยืนยันให้ผู้คนทั่วโลกเข้าใจอย่างชัดเจนว่า การคิดสร้างสรรค์ที่ได้รับการฝึกตามหลักวิชาการจากครูบาอาจารย์ที่สอนด้านนี้โดยตรงจริงๆนั้นอย่าง ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน ปรมาจารย์ด้านความคิดสร้างสรรค์นั้น สามารถนำมาใช้หาทางแก้ปัญหาได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นปัญหาในที่ทำงานไปจนถึงปัญหาใหญ่ระดับโลกซึ่งคนทั้งโลกหาทางแก้ไม่ได้ พร้อมทั้งยังสามารถพลิกสภาพจากปัญหา มาเป็น ขนมหวานที่ใครก็อยากได้


  • พูดไปก็ไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกต่างแย่งกันเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิคกัน จนต้องมีการแข่งขันคัดเลือกกันอย่างใหญ่โต การเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิคเป็นเหมือนขนมหวานที่ผู้คนเห็นแล้วน้ำลายสอ อยากเป็นเจ้าของ แต่เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๘๔ ซึ่งถึงเวลาที่ชาวโลกต้องมีกีฬาโอลิมปิค แต่ไม่มีใครจากประเทศใดในโลกต้องการอาสาเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิคเลย เพราะแคนาดาเจ้าภาพเมื่อปี ๑๙๘๐ จัดกีฬาโอลิมปิคแล้วขาดทุนเป็นร้อยๆเหรียญสหรัฐฯและมอสโคว เจ้าภาพจัดโอลิมปิคเมื่อปี ๑๙๗๖ ขาดทุนมากมายมหาศาล

    คนที่เรียนการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์กับ ดร. เอ็ดเวร์ด เดอ โบโน ชื่อ ปีเตอร์ อิวบร็อธ และเพื่อนเสนอตัวขอให้ลอสแองเจลิสรับเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิค โดยให้คำยืนยันว่า จะไม่ใช้เงินของรัฐแม้แต่เหรียญเดียว และคาดว่าจะมีกำไรก้อนหนึ่งด้วย เมื่อคณะกรรมการจัดกีฬา
    โอลิมปิคโดยการนำของปีเตอร์ อิวบร็อธ เสร็จสิ้นแล้ว ปรากฏว่ามีกำไรจากการจัดครั้งนี้ เป็นเงิน ๒๕๐ ล้านเหรียญสหรัฐฯ นิตยสารไทม์ ยกย่องให้เขาเป็นบุรุษแห่งปี ๑๙๘๔

    เขาให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ วอชิงตันโพสท์ว่า ที่เขาแก้ปัญหาได้และมองเห็นโอกาส ในวิกฤติเช่นนี้และสามารถคิดหาวิธีทำให้วิกฤติเปลี่ยนโฉมเป็นโอกาสทองได้ เพราะเขาใช้ระบบการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ ของ ดร. เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน ซึ่งเรียนกับท่านมาเก้าปี เขานำไปใช้กับการทำธุรกิจของตนจนสำเร็จ และคิดนำมาใช้แก้ปัญหาที่เจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิคแล้วขาดทุนมากมายได้ ด้วยระบบการคิดนอกกรอบของดร. เดอ โบโน เขาสามารถคิดนอกกรอบความคิดเดิมๆได้หลายอย่าง เช่น เขาเปลี่ยนแนวคิดที่ว่าคนไปดูกีฬาที่สนามแข่งขัน มาเป็นทำให้เขาดูกีฬาที่บ้านได้ โดยการถ่ายทอดโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม แล้วขายลิขสิทธ์การถ่ายทอดโทรทัศน์ให้กับสถานีโทรทัศน์จากทั่วโลก เขาเป็นคนแรกที่คิดและทำเรื่องนี้จนเป็นแนวทางมาถึงปัจจุบัน

    กว่าสามสิบปีมาแล้วที่ผู้บริหารและฝ่าย HRของบริษัทชั้นแนวหน้าทั่วโลก ตระหนักชัดว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นหัวใจของการทำธุรกิจ ( Creativity is the soul of business. Without creativity, business is without soul. ) ในไทยเราเริ่มมาได้สิบกว่าปีแล้ว ผู้บริหารและฝ่ายHRที่จริงจังกับเรื่องนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ วันหนึ่งดิฉันคงได้เขียนความสำเร็จของคนไทยให้ชาวโลกได้ชื่นชมกันบ้างแน่นอน

    อ.รัศมี ธันยธร

    ผู้อำนวยการศูนย์ความคิดสร้างสรรค์








“คิดได้ คิดเร็ว คิดกับศูนย์ความคิดสร้างสรรค์”