Edward   de   bono's   Corner



Edward de bono's quotes & Learning Points


ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน (Edward de Bono) ปรมาจารย์ด้านความคิดสร้างสรรค์ ท่านเป็นนักคิดตัวจริง เสียงจริง ที่ได้คิดค้นเทคนิคการคิดเพื่อให้คนทำงานนำไปใช้กับการทำงานให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นได้ ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน ได้เดินทางไปสอนผู้บริหารขององค์กรต่างๆทั่วโลก ทำให้ท่านได้รับรู้แนวคิดและวิธีการทำงานของผู้บริหารและคนทำงานในระดับต่างๆทั่วไป ทำให้ท่านมองเห็นแนวทางที่จะช่วยผู้บริหารและคนทำงานเหล่านั้นให้มีระบบการคิดที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถมองเห็นโอกาสใหม่ๆที่เกิดขึ้นทางธุริกจ โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้การทำงานประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น

Quotes คำพูดของ ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน มีมากมายที่มีส่วนช่วยทำให้ผู้คนที่อ่านและติดตามผลงานของท่านสามารถเข้าใจถึงวิธีคิดที่จะนำมาช่วยให้การทำงานของตนเองประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น ดังตัวอย่าง Quote คำพูดที่ทาง อ.รัศมี ธันยธร ผู้อำนวยการ บจก.ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ ได้รวบรวมและขยายความเกี่ยวกับคำพูดของท่านเอาไว้ ดังนี้

  • "Without the ability to think, you are like a cork Floating along on a steam without any control over destiny. "


    "ถ้าปราศจากความสามารถในการคิด คุณก็เหมือนจุ๊กก๊อกที่ลอยไปตามกระแสน้ำโดยไม่มีการควบคุมทิศทางให้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการในชีวิต"


    เรียนรู้จากดร. เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน

    สิ่งที่ ดร. เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน เขียนไว้นับว่าน่าคิดทีเดียว เราคงไม่อยากใช้ชีวิตและอนาคตของเราลอยละล่องไปตามยถากรรม หากเราอยากให้ชีวิตของเรามุ่งไปสู่จุดมุ่งหมายปลายทางที่เราตั้งใจหวังไว้ให้ได้ เราต้องปลูกฝังและสร้างเสริมเพิ่มเติมความสารถในการคิด ของเราให้เข้มแข็งและกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ การฝึกฝนทักษะการคิดมากๆ ก็จะหล่อหลอมเป็นความสามารถไปในตัวของเรานั่นเอง

    ถ้าเรามีความสามารถในการคิด เราจะใช้การคิดนำชีวิตตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เราจะลุกขึ้นมานั่งคิดว่าวันนี้น่าจะต้องทำอะไรบ้าง ทั้งสิ่งที่เป็นงานที่ทำค้างอยู่และสิ่งที่ไม่มีใครสั่ง แต่เราเห็นว่าควรทำหรืออยากริเริ่มทำ เมื่อมีเป้าหมายว่าจะทำอะไรเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องคิดว่าต้องทำไรก่อนอะไรหลัง เรียงตามลำดับขั้นตอน แล้วก็มุ่งมั่นทำจนเสร็จดังที่ตั้งใจไว้ แม้จะมีคนชวนไปทำอย่างอื่นที่น่าเพลิดเพลินใจและสบายมากกว่าก็ไม่ล้มเลิกความคิดกลางคัน พอหมดเวลาก็ทำงานได้สำเร็จจามเป้าหมายที่วางไว้ ชีวิตในวันนั้นอยู่ในความควบคุมของเราเอง เราเป้นเจ้าของชีวิตและเราคุมการดำเนินชีวิตของตัวเราเองได้ เราทำได้เพราะความสามารถในการคิดของเราตั้งแต่ต้นจนจบวัน

    ในที่ทำงาน ถ้าเราไม่มีความสามารถในการคิด เราจะใช้ชีวิตให้ดำเนินไปแล้วแต่สถานการณ์จะพาไป เช้าขึ้นมาก็ไม่ต้องคิดอะไร จะทานอาหารหรือไม่ก็แล้วแต่อารมณ์ ตอนที่อยู่ในห้องอาหาร เราไม่คิดอะไรล่วงหน้าเพราะไม่รู้อะไรแน่นอน หากมีคนถามว่าหลังเที่ยงจะทำอะไร เราจะบอกว่า "ก็แล้วแต่ ใครจะไปรู้ว่าเขาจะให้ทำอะไร" พอกลับเข้ามานั่งที่โต๊ะ เห็นงานที่หัวหน้าฝากให้ทำอยู่บนโต๊ะ แต่ยังไม่อยากทำ เปิดอินเตอร์เน็ต เช็กจดหมายเข้า ตามข่าวที่สนใจ แล้วโทร.ไปคุยกับเพื่อนเรื่องข่าว เพื่อนเล่าให้ฟังเรื่องคนในที่ทำงานที่ไม่ถูกใจ ฟังเพื่อนระบายอารมรณ์จนจบแล้ววางหูโทรศัพท์

    หัวหน้าส่งงานให้เพิ่มอีกหนึ่งชิ้น เราเดินไปบ่นให้เพื่อนข้างๆฟังว่า หัวหน้าคงความจำผิดปกติ เพิ่งให้งานมาและยังทำไม่เสร็จเลย นี่ให้งานใหม่อีกแล้ว เพื่อนก็เห็นด้วยและช่วยกันบ่น แล้วมีเพื่อนอีกคนแวะมาชวนว่าจะไปทานอาหารร้านดังที่อยู่ไกลหน่อยต้องออกก่อนเวลาจะไปด้วยไหม เราก็ตอบทันทีเพราะเห็นพอไปได้ ไม่มีอะไรต้องรับทำ ชีวิตครึ่งวันเช้าเป็นอย่างนี้ และตลอดสัปดาห์ ตลอดเดือนก็เป็นอย่างนี้ ไม่นานก็ผ่านไปเป็นปี 2 ปี 3 ปี เวลาปล่อยชีวิตล่องลอยไปเหมือนจุกก๊อกลอยไปตามน้ำ ชีวิตก็ไร้เป้าหมาย ไร้ทิษทาง เราไม่ถือหางเสือเรือ เราไม่ถือพวงมาลัยรถ การทำอย่างนี้เรียกได้ว่าไม่มีความสารถในการคิด หรือไม่คิดในสิ่งที่ควรจะคิด แต่ไปคิดในเรื่องที่ไม่ควรคิด ความสามารถในการคิดจึงสำคัญอย่างมากสำหรับชีวิตที่ดี


“คิดได้ คิดเร็ว คิดกับศูนย์ความคิดสร้างสรรค์”